เรื่องนี้แหละ ที่มีชื่อภาษาไทยว่าหงส์หลอน(คิดได๊เนอะ โทนหนังเปลี่ยนไปในบัดดล) คือเอนทรี่นี้จะเขียนเป็นบทวิเคราะห์อย่างลำลอง คร่าวๆ ชิวๆ ไม่ซีเรียสเพราะส่วนนึงจะเกี่ยวกับทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมุตต์ฟอยย์ชื่อดัง ถ้าเอาซีเรียสมากละเอียดมากผมก็ยังไม่ได้ศึกษาถึงขนาดนั้น ผนวกกับเรื่องนี้ดูตั้งนานแล้วแต่ฝังใจอยู่ ตอนนี้เริ่มเข้าฉายเลยอยากเขียนซักหน่อย ดังนั้นบทวิเคราะห์นี้คงมีสปอยหนังแน่นอน ใครไม่อยากเสียอรรถรสก็เว้นเสีย ไว้มาอ่านทีหลังดูเผื่อมีประเด็นเพิ่มเติมจะได้คุยกันนะครับ สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูแล้วหลงมาผมขอรีวิวหนังเรื่องนี้ซักเล็กน้อยว่ามันเป็นหนังที่ว่าด้วยตัวตน ความอึดอัดคับข้องใจ หนังดูแล้วกึ่งๆเครียด กึ่งๆกดดัน ถ้าชอบดูหนังจิตๆมีภาพสวยๆคั่นก็แนะนำอย่างแรงเลยครับ หนังดีมากๆ นาตาลีพอร์ตแมนแสดงดีมาก องค์ประกอบทั้งหมดทำออกมาส่งเสริมโทนของหนังได้อย่างสุดตัวจริงๆ
 
 
 
 
เริ่มเลยแล้วกันนะครับ
 
Black Swan: ระบำสุดท้ายของจิตไร้สำนึก

 
บัลเล่ต์ ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ไม่พูดถึงบัลเล่ต์คงไม่ได้เพราะเป็นแกนหลักของเรื่่องที่่สอดคล้องกับแก่นของเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะอะไรน่ะหรือครับ เพราะตั้งแต่แรกเริ่มของเรื่องเราก็จะเห็นถึงผลกระทบของบัลเล่ต์ที่มีต่อนางเอกของเราไงล่ะครับ สังเกตมั้ยครับว่าภาพของบัลเล่ต์ที่ถูกถ่ายทอดและถูกใช้ตั้งแต่ต้นเรื่องคือภาพของความทรมาน การบังคับ บิด ดัดร่างกายให้ผิดไปจากธรรมชาติโดยทั่วไปของมนุษย์เพื่อแสดงถึงอุดมคติที่สูงส่ง "ศิลปะ"และ "ความงาม" และการกดทับบังคับให้ผิดไปจากธรรมชาตินี่เองที่ในที่สุดสิ่งที่ถูกกดทับไว้ก็ปูดโปนออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เหมือนกับหงส์ดำที่รอวันทะยานออกจากเปลือกอันผุดผ่องของหงส์ขาวนั่นไงล่ะครับ
ปริเลยเห็นมั้ยครับCry
 
ความปรารถนา การกดทับและอาการ
ก่อนอื่นคงต้องย้อนไปพูดถึงอาเฮียคนสำคัญของเราก่อนนะครับคือลุงฟอยย์ บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ เอนทรี่นี้จะแตะๆเฮียแกแค่นิดเดียวจะได้โยงไปอธิบายกับตัวเรื่องได้นะครับ
 
หลายคนคงจำได้นะครับว่าสิ่งที่เฮียฟอยพูดไว้และได้รับการขานรับมากที่สุดคือระดับของจิตของเราสามระดับที่มีจิตเหนือสำนึก(conscious mind) จิตกึ่งสำนึก(subconscious)และจิตไร้สำนึก(unconscious) ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับแรงขับสามอย่างที่รู้จักันดีคือID EgoและSuperego
 
พูดโดยสรุปก็คือทุกวันนี้ที่เราตื่นอยู่มีสติทำอะไรได้ก็เพราะเราอยู่ในระดับจิตเหนือสำนึก คือเรามีconscious เรารู้ตัว บังคับตัวเองได้ มีสติสัปชัญญะนั่นแหละว่าง่ายๆ แต่ครับ ไอ้การที่เรามีสติอยู่เนี่ยหาได้ดำรงอยู่ได้โดยปกติวิสัย เพียงแต่เราได้กดทับเอาความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงทั้งหมดของจิตใจอันกว้างลึกของเราไว้ที่จิตไร้สำนึก(หรืออีกชื่อหนึ่งคือจิตใต้สำนึก) ทีนี้ อะไรล่ะที่เรากด อะไรล่ะที่มันกด ฟอยก็บอกว่า อ้อ ตัวเจ้าที่รับรู้ตื่นเบิกบานมีความยับยั้งชั่งใจเนี่ยมันคือกระบวนการที่สมดุลแล้วของID และ Superegoไงล่ะ IDคือความต้องการ สัญชาติญาณดิบ ความหื่น ความอยากที่ติดตัวมนุษย์มาทุกผู้ ส่วนsuperegoนั้นก็คือค่านิยมแบบแผนของสังคมที่มาควบคุมอีIDนี่เอาไว้จนกลายเป็นEgoคือตัวเราที่มีสำนึกรู้ มีสมดุล อยู่ในสังคมได้ตัดสินใจทำไม่ทำ ลองนึกภาพตัวเราคือEgo เราอยากแต่เราหักห้ามใจIdก็เหมือนซาตานตัวแดงๆ Superegoก็คือนางฟ้าตัวขาวๆนั่นแหละ
 
ทีนี้อีIDที่เรากดมันไว้เนี่ย มันก็จะแพลมๆมาบ้างตามที่สังคมจะอนุญาต เช่น มีเซ็กส์ได้ถ้าอยู่ในที่รโหฐาน ใช้ความรุนแรงได้ถ้ามีกติกา หรือบางอันที่แพลมไม่ได้จริงๆก็จะถูกถ่ายทอดออกมาทางอ้อม เช่นอาจจะออกมาเป็นการอุปมาแทน หรืออาจจะเป็นเรื่องเล่า มุกตลก ทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นการระบายความอยาก ความปรารถนาอันดำมืดออกมาจากจิตไร้สึกนึก ส่วนใหญ่คนเราก็จะบาลานซ์กระบวนการทางจิตทั้งสามนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่น่ะหรือ ก็เป็นเหมือนนางเอกในเรื่องBlack Swanไงล่ะ
 
เจ้นาตาลีของเรา ถ้าสังเกตคงเห็นได้ว่านางเป็นคนที่กดดันตัวเองมากเหลือเกิน เต้นบัลเล่ต์ก็มีกรอบอยู่แล้ว ตัวนางเองยังต้องการความสมบูรณ์แบบอีก ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าชีวิตของนางมันมีแต่กรอบ มีแต่การบังคับ ไม่มีอิสระ ไม่มีความผ่อนคลายเลย นางต้องสมบูรณ์แบบ ต้องเฟอร์เพ็ค และ ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย
 
ถ้าเราดูให้ดี หนังให้คำใบ้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ของนางเอกกับตัวนางเอกเองไว้อย่างมากมาย พูดอย่างสรุปก็คือ ตัวการสำคัญที่กดทับนางเอกไว้ก็คือแม่ของนางเองนั่นแหละ ความอยากความปรารถนาที่ไม่สำเร็จของแม่ถูกนำมากองไว้ที่ตัวนางเอกเอง ความกระหายความสำเร็จในเวทีก็คงเป็นความปรารถนาของตัวแม่เองมากกว่า ดังนั้นตัวนางเอกย่อมใช้ชีวิตอยู่ในกรอบในกำกับของแม่ตลอดเวลา เธอไม่เคยออกนอกลู่นอกทางไปไหน หรือพูดอีกนัยนึง คือเธอไม่เคยได้ทำตามความปรารถนาของตัวเองเลย และแน่นอนว่า ความปรารถนาของเธอนั้นไม่เคยหายไปไหน แต่มันได้ถูกกดและสะสมไว้ภายในจิตใร้สำนึกของเธอ รอวันที่จะทะลักทะลายออกจากเปลือกอันสมบูรณ์แบบของเธอนั่นเอง
 
ยิ่งไปกว่านั้น ความอึดอัดของเธอยังถูกสะท้อนผ่านฉากและความกดดันต่างๆเกือบตลอดทั้งเรื่อง ทั้งห้องพักนักแสดงที่ทั้งแคบทั้งอึดอีด ไหนจะบ้านเล็กๆของเธอ และพฤติกรรมจิตๆของแม่เธออีก ทั้งหมดให้ภาพของการถูกจำกัด ถูกควบคุม การไม่มีอิสระฯลฯ ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้ละมั๊งที่ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัด เจ็บ ลุ้น ไปกับนางเอกตลอดเวลา
 
ดังนั้นในหนัง เธอจึงเป็นภาพตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของหงส์ขาวอันบริสุทธิ์ไร้มลทิน เธอคือนางเอกของเรื่องเหมือนกับหงส์ขาวบนเวที ถ้าเราลองมองดูให้ดีหงส์ขาวก็เหมือนกับภาพอุดมคติของsuperego เปลือกก็คือตัวของเธอเองหรือEgoที่ทำหน้าที่ห่อหุ้มหงส์ดำหรือIDเอาไว้นั่นเอง
 
อาการที่แสดงออกถึงความไม่สมดุลของIDและSuperegoของนางเอกนั้นน่าจะเคยปรากฏมาก่อนแล้ว ซึ่งก็คือการ"เกา" ซึ่งตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ที่น่าสนใจและสอดคล้องกับการปริแตกของIDในตอนท้ายๆเรื่อง ซึ่งการเกานี่เองเป็นอาการทางกายที่เกิดจากจิตใจที่น่าคิด มันเหมือนกับIDหรือหงส์ดำที่พยายามจะแหวกเอาเปลือกหนาๆที่หอหุ้มตัวเองไว้เพื่อกาง"ปีก"และปลดปล่อยตัวเองออกมา จึงไม่แปลกที่เกือบทั้งเรื่องปรากฏภาพเนื้อหนังของเธอที่แหกแหวกออกก็ในฐานะเปลือกไง
 
ภาพหลอนและความฝันก็เป็นอาการที่บ่งบอกถึงระดับจิตรู้สำนึกที่เริ่มปั่นป่วนควบคุมไม่ได้และเริ่มถูกคุกคามจากจิตไร้สำนึกที่ปูดโปนขึ้นมาที่เริ่มกดเอาไว้ไม่ไหว
จริงๆการนอนหลับเป็นสภาวะสมบูรณ์ที่จะปลดปล่อยความปรารถนาต่างๆ เป็นการตื่นขึ้นของจิตไร้สำนึกและปลดปล่อยIDอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อเราตื่นSuperegoจึงตื่นขึ้นทำงานพร้อมกับจิตสำนึก ในห้วงที่เราตื่นSuperegoจะเข้าจัดการกับความฝันที่เพิ่งเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่รับได้ด้วยการเข้ารหัสหรือกดเอาไว้บางส่วน จึงไม่แปลกที่หลายครั้งเราจะจำความฝันได้ไม่หมดหรือความฝันนั้นอาจจะบ้าบอไปเลย นั่นก็เพราะถูกsuperegoเข้ารหัสไว้ ความฝันจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญมากๆเพราะมันคือคลังของความปรารถนา ฟอยเลยมีหนังสือชื่อการตีความความฝันด้วย ในกระบวนการวิเคราะห์ความฝันจะมีส่วนในการวินิจฉัยมากเลยทีเดียว
 
ในเรื่องนางเอกของเราก็ฝันเหมือนกัน แถมความปรารถนาของเธอก็ไม่ใช่ธรรมดาซะด้วย การที่เธอฝันwildซะขนาดนั้นสะท้อนถึงความเข้มข้นของIDที่ถูกกดไว้ได้อย่างชัดเจน โดยจะเห็นได้ว่าพอเธอตื่นขึ้นมาเธอเริ่มแยกแยะไม่ออกแล้วว่าอันไหนคือฝัน อันไหนคือจริง แปลว่าจิตรู้สึกนึกของเธอเริ่มอ่อนแรงแล้ว จนในที่สุดก็เกิดภาพหลอน(ซึ่งผมมองว่ามันคือการฝันทั้งๆที่ยังตื่นอยู่นั่นแหละ แปลว่าสมดุลของจิตทั้งสามระดับกำลังจะพังครืนลงมาแล้ว) ในภาพหลอนของเธอนั้นมันคือสิ่งที่เธออยากทำแต่ทำไม่ได้เพราะถูกsuperegoยับยั้งเอาไว้นั่นแหละ เธออยากมีsex เธออยากจะฆ่าอีนางหงส์ดำนั่นซะให้พ้นๆ เธออยากจะแรง เธออยากจะกรี๊ด อะไรแนวๆนี้ แต่ผมว่าเธอน่าสงสารนะครับ เพราะในที่สุด เธอก็ทำอะไรไม่ได้ การเกาตัวเองไปจนถึงบาดแผลที่ท้องอาจสะท้อนให้เห็นว่าในที่สุดเธอก็ทำอะไรใครไม่ได้ ทำตามใจปรารถนาไม่ได้ เธอก็ได้แต่ทำตัวเอง
 
จนในที่สุด หงส์ดำก็ทะยานออกจากร่างของเธอก็โบยบินขึ้นเฉิดฉายบนเวที...เป็นครั้งสุดท้าย
 
 
ปล รู้สึกว่าเขียนแล้วยากมากๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย ก็ต้องขออภัยมากๆครับ ผมเขียนไปก็งงๆไป ถ้ามีโอกาสได้ดูอีกทีจะมารีไรท์ให้เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนกว่านี้ อันนี้เหมือนรวบรวมความคิดมาแชร์กันเฉยๆ
ปล2 ติ่งไว้นิดนึงว่าตัวละครอีกตัวผมจำชื่อไม่ได้ที่เป็นผู้หญิงแล้วมาทำให้นางเอกตบะแตก ถ้ามองในเชิงจิตวิเคราะห์จะเรียกว่าuncannyหรือthe return of the repress ซึ่งก็คือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองเก็บกดเอาไว้(เห็นว่านังนั่นทำทุกอย่างตามความปรารถนาผิดกับนางเอก) ซึ่งการเผชิญหน้านั้นก็เหมือนกับการเผชิญหน้ากับ"ตัวเอง"อีกร่างที่เธอพยายามจะลืม ซึ่งการเผชิญหน้านั้นเป็นการกระตุ้นให้สิ่งที่เธอเก็บกดเอาไว้ให้ปูดออกจากเปลือกเร็วขึ้น

edit @ 25 Feb 2011 23:14:25 by v@n,ละเลงวรรณกรรม

edit @ 25 Feb 2011 23:40:41 by v@n,ละเลงวรรณกรรม

edit @ 25 Feb 2011 23:43:37 by v@n,ละเลงวรรณกรรม

edit @ 5 Oct 2011 23:57:23 by v@n,ละเลงวรรณกรรม

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่องนี้มากๆ วิเคราะห์ได้ดีมากๆเลยค่ะ 
บางตอนดูแล้วยังคิดไม่ถึงขนาดนี้เลย ฮ่า
big smile big smile

#7 By ฒ่าณณามิ on 2014-08-06 00:22

เป็นหนังที่สามารถทำให้เราวิเคราะห์เรื่องจิตใจได้ถึงแก่น !Hot! Hot! Hot!

#6 By juthas on 2011-04-01 21:13

Hot! Hot! Hot!
คิดคล้ายกันเลยค่ะ
ดูจบนึกถึงประเด็น super ego ขึ้นมาก่อนเลย
^____^

วิเคราะห์ได้ดีมากค่ะ

#5 By [[ FunGi ]] on 2011-03-08 23:06

ไม่งงเลยครับ วิเคราะห์ได้สุดมาก

Hot! Hot! Hot!

ผมล่ะ อยากเขียนได้แบบนี้บ้างจัง big smile

#4 By Seam - C on 2011-02-28 18:36

ไม่งงนะ หนังน่าดูมาก big smile

#3 By นักรบ on 2011-02-26 22:29

สนใจหนังอิงจิตวิทยาแบบนี้มากค่ะ เขียนค่อนข้างจะเข้าใจแล้วนะคะ ไม่งง

#2 By darkuril on 2011-02-26 12:28

ขอบคุณสำหรับการวิเคราะห์หนังดีๆ ครับ กำลังสนใจหนังเรื่องนี้อยู่พอดี น่าติดตามมากครับ

#1 By - Loin - on 2011-02-26 11:27