คือนาฏกรรมแห่งความเจ็บปวด

ความสำราญของการลงทัณฑ์ด้วยหินโดยมติมหาชนออนไลน์

 

ใครหลายคนคงมองการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดในสมัยโบราณด้วยสีหน้าที่บิด เบี้ยวเกินรับได้ กรณีสำคัญที่เรามักได้ยินแล้วต้องส่งเสียงร้องด้วยความเวทนาคือการถูกปาหิน ในที่สาธารณะจนตาย เป็นการประจานและการ"ฆ่า"อันโหดร้ายที่ยากจะยอมรับได้ ผู้ถูกกระทำมักจะถูกอ้างว่าละเมิดกติกาบางประการของสังคมโดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า" ศีลธรรม" โดยเฉพาะในยุคที่สิ่งมีชีวิตเช่นเราๆอาจหาญเรียกตนเองว่าเป็นความศิวิไลซ์ เป็นความประเสริฐ พฤติการณ์อันตกยุคเหล่านั้นก็ต้องพ้นสมัยไปโดยปริยายแต่สิ่งที่น่าคิดคือ ในช่วงสมัยนั้นก้อนหินทุกก้อนที่ล้วนกระทบเข้าสู่ร่างอันเต็มไปด้วยเลือด เนื้อ น้ำตา และความเจ็บปวดในแต่ละครานั้น ต่างก็ผ่านน้ำมือเหล่าเพื่อนมนุษย์อันแสนประเสริฐที่หยิบยื่นความตายให้ อย่างแช่มช้าพร้อมเสียงก่นด่าสาปแช่ง ท่ามกลางเสียงร้อยครวญครางขอความเมตตาและบาดแผลที่ปรากฏขึ้นผ่านหินแต่ละก้อน แต่ละก้อน...มิใช่หรือ?

 

ว่ากันว่าแท้จริงแล้วมนุษย์เช่นเราหาได้มีจิตใจสูงไปดังที่กล่าวอ้างก็หา ไม่ มนุษย์เช่นเราๆต่างเก็บกดเอาความดำมืดต่างๆไว้ในกมลสันดานอย่างลึกลับซับซ้อน ปรับเปลี่ยนให้เข้าตามครรลองครองธรรมและระบายออกมาตามวิถีของสังคมนั้นได้ อย่างแนบเนียน คำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดว่ามนุษย์ที่แท้ยังละความป่าเถื่อนไปไม่ได้ก็คือ กีฬา นั่นเองแม้กระทั่งปัจจุบัน มนุษย์ยังสำราญกับการฆ่าสิ่งมีชีวิตเพื่อการแข่งขัน เพื่อความสนุกสนาน เป็นการฆ่าที่ไร้ซึ่งความจำเป็น เห็นได้ชัดมนุษย์ยังชมชอบความรุนแรงที่แฝงอยู่ภายใต้ฉากหน้าที่เรียกว่า กติกา ที่เรียกว่ากีฬา หยาดเหงื่อและหยดเลือดที่ซ่านกระเซ็นคือส่วนหนึ่งของความปรารถนาอันดิบ เถื่อนที่ถูกฉาบเร้นไว้ด้วยภาพอันสวยหรูอย่างแนบเนียน

 

นั่นเป็นสิ่งที่ชวนให้คิดเมื่อได้อ่านกระทู้แนะนำกระทู้หนึ่ง ทำให้ตระหนักได้ว่า คำกล่าวข้างต้นนั้นเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน มนุษย์เรานี้พร้อมเสมอที่จะฉวยโอกาสในการย่ำยีและกีดกันใครก็ตามที่ทำตัวออก นอกแนวทางที่สังคมขีดไว้ว่าเหมาะสม แต่ในยุคปัจจุบันมนุษย์เรามีวิธีการที่แยบคายซับซ้อนไปกว่านั้น ซับซ้อนจนถ้าไม่เพ่งมองให้ดีๆก็จะมองไม่เห็นและยิ่งไปกว่านั้นคือพลั้งเผลอ ร่วมขบวนการการซัดขว้างหินไปสู่เหยื่อนั้นไปโดยไม่รู้ตัว และแน่นอน มันเกิดขึ้นแล้ว บนโลกออนไลน์ที่ตราตนเองว่าเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยคำพูดอ่อนหวาน เยื่อใยและมิตรไมตรี จากกรณีนี้และจากการเฝ้ามองพื้นที่นี้มาก็พบว่ามีการผลิตความหมาย ความเชื่อ และมายาคติมากมายที่เราอาจสามารถมองมันเป็น"ตัวบท"ชั้นดีจำนวนหนึ่งที่ สามารถตีความ สืบสาว ไปจนถึงเนื้อในและรากทางความคิด ทางสังคม ทางวัฒนธรรมได้เลยทีเดียว

 

เรื่องทั้งหมดเกิดจากความหวงแหนความเป็นชาย

ฤาอย่างไรก็ก้าวไม่พ้นปิตาธิปไตย?

จากกระทู้ต้นเรื่องนั้น ถ้าลองพิจารณาดูดีๆจะพบว่ามันเกิดจากความไม่พอใจของคุณเจ้าของกระทู้ที่มี ประเด็นสำคัญอยู่ที่การ"ถูกป้ายความเป็นหญิง"ด้วยการล้อเล่น พูดง่ายๆก็คือมีอมยิ้มหนึ่ง ในที่นี้การมีอมยิ้มหรือลอคอินลอคอินนึงก็เสมือนกับการมีตัวตนเป็นตัวบุคคล อยู่ในโลกเสมือนคือพื้นที่เวปบอร์ดแห่งนั้นและทำการปฎิสัมพันธ์สังสรรค์กัน ไปตามขอบข่ายความสนใจ อมยิ้มหญิงนั้นมีลักษณะสำคัญคือไม่ค่อยรู้จักมารยาททางสังคมเท่าไรนักจึงมัก ไปโพสตอบกระทู้ต่างๆด้วยท่าทีแปลกๆ ไม่ถูกครรลองของสังคม แต่ปัญหาสำคัญที่เกิดคือคราวนี้ดันไปล้อเล่นเอากับอมยิ้มที่มีผู้คนชื่นชอบมานาน ไปล้อโดยการไปเรียกอมยิ้มชายนั้นว่า "พี่หญิงใหญ่" จนทำให้เกิดกระทู้"ลากตัว"อมยิ้มหญิงนั้นพร้อมคำพูดรุนแรงคือ

"ถ้าผมเป็นพี่หญิงใหญ่  พ่อของคุณก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน"

สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ เมื่อเห็นประโยคดังกล่าว ก็เกิดความรู้สึกว่านี่มันมีนัยยะของการเหยียดเพศปูดโปนออกมาอย่างปิดไม่มิด รวมถึงเป็นการใช้คำพูดล่วงเกินที่รุนแรงจนน่าตกใจ(ยิ่งไปกว่านั้นเป็นคำพูดที่บุรุษพูดกับสตรีโดยผ่านช่องทางสาธารณะ) ทำให้คาดคะเนไว้ว่าคงมีกระแสออกต่อต้านอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็เหล่าผู้หญิงด้วยกันที่น่าจะตั้งคำถามว่า "การเป็นผู้หญิงนี่มันน่ารังเกียจ น่าโมโห น่าละอายถึงเพียงนั้นเลยหรือ"หรือเหตุใดคุณเจ้าของกระทู้จึงได้หวงแหนปกป้องเพศชายของตนเองอย่างออกนอกหน้าถึงเพียงนั้น แต่ผิดคาด ด้วยกระแสกลับซัดซานไปอีกทางจนหมดสิ้น ด้วยห้องดังกล่าวเป็นห้องเกี่ยวกับอาหารการกิน สมาชิกส่วนมากจึงเป็นผู้หญิง เป็นแม่บ้านแม่เรือนเป็นส่วนมาก แต่กลับไม่มีใครคิดตั้งคำถามกับประเด็นทางเพศเช่นนั้นเลย แต่กลับรุมประนาม ประจาน ด่าทอผู้หญิงคนที่เจ้าของกระทู้นำมาแสดงให้ดูกันอย่างเอิกเกริก

ยิ่งไปกว่านั้นยังปรากฏระดับชั้นทางเพศออกมากระเส็นกระสายอยู่ตลอดเวลา เช่นการพูดถึงเพศอื่นๆที่ไม่ใช่หญิงหรือชาย(ไม่ใช่รักต่างเพศ) โดยยังใช้คำเหยียดคือเพศที่สาม นั่นแปลว่ามายาคติดั้งเดิมแห่งสังคมชายเป็นใหญ่ยังคงว่ายเวียนอย่างเข้มข้น จริงๆ คือถ้ามีเพศที่สาม(คือเพศที่ไม่ใช่ชาย หรือหญิงตามเพศสภาพของตรน) ก็แปลว่ามีเพศที่1 และ 2 นั่นคือ เพศชายเป็น"เพศที่1"ส่วนเพศหญิงเป็น"เพศที่2" และอัญเพศเป็นลำดับสุดท้ายชายขอบที่สุดนั่นเอง และที่สำคัญทั้งหมดยินดีสยบตกอยู่ในลำดับชั้นดังนี้โดยดุษฎี

 

สถานะยิ่งกว่าและด้อยกว่าของบุคคล ความชอบธรรมของการลงทัณฑ์

ข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่สมาชิกคนอื่นๆเข้าร่วมกระแสการประณามอย่างเอิกเกริก นั่นคือการมอบสถานะที่เหนือกว่าให้กับเจ้าของกระทู้ การมอบสถานะดังกล่าวเป็นการให้สิทธิอันพิเศษและจุดของบุคคลที่เหนือกว่า บุคคลทั่วไปในที่นั้น กล่าวคือมีการยกว่าคุณสมบัติที่"ดี"ไปตราให้กับเจ้าของกระทู้ที่มักจะ โพสกระทู้เชื่อมโยงกับความกตัญญู และในอีกด้านคือผู้หญิงที่เป็นจำเลยสังคมนั้นถูกตราให้อยู่ในสถานะที่ต่ำ กว่าด้วยลักษณะที่มักโพสข้อความตามกระทู้ที่ก่อให้เกิดความรำคาญ พูดง่ายๆคือเธอไม่มีมารยาททางสังคมดีเพียงพอ ดังนี้จะเห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคนสองคนที่อยู่สูง และ ต่ำกว่าปกติ เมื่อสถานะที่ต่ำกว่าไปสร้างร่องรอยความขุ่นเคืองใจให้กับสถานะที่สูงกว่า จึงไม่แปลกที่จะเกิดความชอบธรรมในการใช้"มติมหาชน"เพื่อร่วมกันลงโทษ

 

สิ่งหนึ่งที่มาร่วมสร้างความชอบธรรมในการผลักไส และทำให้สมาชิกคนอื่นสามารถใช้ภาษาและการเปรียบเปรยที่รุนแรงกับสมาชิกหญิง รายนั้นได้ก็คือ"ความผิดปกติ" ในกรณีพฤติการณ์ของสมาชิกหญิงที่ถูกประนามนั้นเข้าข่าย"ไม่ปกติ"อยู่มาก จะสังเกตได้ว่ามีการพยายามอธิบายโดยใช้คำว่า"ปกติ"มาเน้นย้ำถึงความ"แปลกแยกผิดแผก"ของสมาชิกหญิงรายนั้น จนถึงหนักข้อไปว่าเป็นวิกลจริต เป็นบ้า ถึงขนาด สูญเสีย ความเป็นมนุษย์ไปเลยก็มี

 

 ดังนั้นสมาชิกรายอื่นจึงไม่พิจารณาสมาชิกรายนั้นในฐานะ"บุคคล"อีกต่อไปแล้ว แต่กลับถูกมองว่า"เป็นอื่น"ไปโดยสิ้นเชิง ทุกคนจึงมีความชอบธรรมที่จะรุมประชาทัณฑ์ด้วยวาจาอันรุนแรงได้โดยเสรีที่ กล่าวเช่นนี้มันไม่เกินเลยหรอก ลองดูไอ้ฟักหรือเมอโซเป็นตัวอย่าง ตัวอย่างของคนที่ไม่เป็นไปตามครรลองของสังคมที่ต้องโทษสูงสุดคือโทษตาย!

 

ความรุนแแรงทางวาจาคือความรุนแรงที่เพิกเฉยได้ หรือ?

ความรุนแรงในตัวของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่มิดเม้นได้ยากยิ่ง ในคราวนี้ก็เช่นกัน จะเห็นได้ว่าแทบไม่มีสมาชิกคนไหนที่จะห้ามปราม มีแต่จะร่วมกันด่าทอประชันขันแข่งกันอย่างสนุกสนาน หากลองตีความทางภาษาดูแล้วจะพบว่ามีลักษณะของภาษาที่ให้ภาพของการ"ลาก"ตัว ผู้หญิงคนนั้นออกมา"ประนาม"และ"ลงทัณฑ์"ต่อหน้าคนหมู่มาก ทั้งยังใช้ภาษาที่แสดงถึงการคุกคามทางร่างกายอย่างชัดเจน เช่นการมุ่งทำร้าย หรือการโพสภาพการใช้กำลัง ตลอดจนใช้คำพูดที่ส่อไปจนถึงการมอบ"ความตาย"ให้กับจำเลยสังคม โดยมวลชนทางออกที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตานั้นคือการที่หญิงคนนั้นต้องออกมา แสดงการรับผิดและขอโทษต่อหน้าธารกำนัล ถามว่าภาพเช่นนี้มันต่างอะไรกับการจิกหัวประจานตามสี่แยกแบบสมัยก่อน? มันจะต่างอะไรกับการลากหญิงคนนึงออกมาที่ท้องถนนและบังคับให้นางก้มลงกราบขอ อภัยท่านเจ้าคุณต่อหน้าชาวบ้านร้านตลาด

 

ความลักลั่นทางความคิดที่เกิดขึ้นคือหากมองการกระทำและคำพูดของสมาชิกหญิง จำเลยสังคมนั้นให้ดี เปรียบเทียบกับคำพูดของชายที่ออกมาประจานและเหล่าสมาชิกชุมชนที่ร่วมใจกัน แล้วคงเห็นว่า การกระทำของ"หญิงคนชั่ว"นั้นหาได้เข้าข่ายความผิดตามกฏหมายไม่ หากแต่การกระทำของมวลมหาชนและเจ้าของกระทู้ต่างหากที่เข้าข่ายผิดกฏหมายอาญา ด้วยกฏหมายอาญาว่าด้วยการหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณานั้นมีใจความว่ "โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือถูกเกลียดชัง" การโพสก่อกวนตามกระทู้ต่างๆนั้นอาจก่อให้เกิดความ"รำคาญ" แต่ไม่ก่อให้เกิด"ความเกลียดชัง" แต่การโพสกระทู้ต้นเรื่องนั้นก่อให้เกิดความ"เกลียดชัง"อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งถูกดูหมิ่นไปนับครั้งไม่ถ้วน! 

 

หากลองมองบรรยากาศในกระทู้นั้นเป็นภาพจริงที่เกิดขึ้นโดยตัวบุคคล  ภาพนั้นจะต่างอะไรกับภาพของหญิงที่ถูกคลุมหัวและผูกไว้กับหลักประจานความคิด เห็นต่างๆที่โพสลงในกระทู้นั้นเป็นก้อนหินที่อยู่ในมือของสมาชิกแต่ละคน คงมีก้อนหินจำนวนมากที่ถูกปล่อยออกไปโดยไม่ต้องคิดถึงเป้าหมาย เพื่อกำจัดจุดด่างพร้อยที่แปลกแยกในสังคมพร้อมกับเป็นนาฏกรรมให้มนุษย์ถือ โอกาสได้ปลดปล่อยความดำมืดสู่เหยื่อด้วยหิน ด้วยวาจา หรือด้วยความคิด นั้นสะท้อนให้เห็นว่าความรุนแรงที่แฝงเร้นอยู่ภายใต้เปลือกของความเป็นอารยะยังคงเต็มไปด้วยความรุนแรงอย่าง "ไม่เคยเปลี่ยนแปลง"

 

 

ปล นี่ึคือกระทู้ต้นเรื่องที่เอามาศึกษาวิเคราะห์ เชิญร่วมวิเคราะห์และโต้แย้งข้อเขียนได้ตามสะดวก โดยไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิหรือชี้นำแต่อย่างใด มุ่งเพียงแยกแยะวิเคราะห์ด้วยหลักวัฒนธรรมศึกษาเชิงวิชาการเท่านั้น

 

edit @ 1 Sep 2010 23:49:04 by v@n,ละเลงวรรณกรรม

Comment

Comment:

Tweet

ไว้เราคุยกันใหม่ได้ครับ ประเด็นอื่นก็ได้ ผม enjoy ครับ
อ่อ คุณ vaaaan ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับสุนทรภู่ต่อหรือยังครับ ผมรออ่านอยู่

ปล. นอกจากที่คุณ vaaaan บอกว่า พื้นที่บน internet เป็นพื้นที่ ๆ ซับซ้อนไม่ต่างกับโลกจริง
สำหรับผม ผมอยากจะเรียกพื้นที่บน internet และโลกของ software ว่า เป็น "พื้นที่เละ ๆ" ครับ คือถ้าปล่อยไว้แบบไม่มี logic มาควบคุม หรือมีแบบหลวม ๆ มันก็จะเละ ๆ ดังเช่นหน้าเวบที่คุณ vaaaan ยกมาเป็นตัวอย่าง แต่ถ้าจะใส่กฎหรือ logic เข้าไป มันก็จะสะท้อนภาพในมุมต่าง ๆ ออกมาได้ครับ

นอกจากภาพมัวหม่นแล้ว ภาพสดใส ๆ ก็มีนะครับ เช่น Wikipedia เวบที่เหมือนเป็นคลังความรู้ไปแล้วนั้น บทความบนนั้นเกิดจากพลังอาสาสมัครล้วน ๆ ครับ

#6 By ck on 2010-09-16 07:24

ถึงคุณCK
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อคิดเห็น
พอผมได้อ่านที่คุณCKเขียนมาก็ทำให้ภาพบางอย่างชัดขึ้นมากครับโดยเฉพาะเรื่องเวปที่อ้างถึง เอาอะไรมาคิดใหม่ได้มากมายมหาศาล น่าสนใจมากๆ พอเริ่มหันมามองจริงๆจังๆก็พบว่า(คิดว่า)จริงๆแล้วพื้นที่ในอินเตอร์เน็ตมันมีโครงสร้างที่ซับซ้อนไม่ต่างอะไรกับสังคมจริงๆโดยเฉพาะประเด็นของการประกอบสร้างตัวตน(self and identity)อีกอย่างโลกออนไลน์มันเป็นโลกที่ก้ำกึ่งอยู่พอสมควรโดยเฉพาะเรื่องการ"แสดงตัวตน" คือมันจะเป็นการสร้างตัวตนใหม่ซะทีเดียวมันก็น่าจะพูดได้ แต่อีกนัยมันก็ตัดขาดจากสังคมจริงๆไม่ได้ซะทีเดียว อันนี้ต้องขอไปคิดมากๆให้ตกผลึกก่อน

อีกอย่างที่เขียนว่า"สังคมมันป่วย"แต่บางทีผมกลับโยงจากย่อหน้าเมื่อกี๊ว่า จริงๆสังคมมันไม่ได้ป่วยหรอก แต่นี่แหละ คือพื้นที่แห่งตัวตนใหม่ของมนุยย่ มันคือพื้นที่ที่จะได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ถูกกดทับมาหรืออาจได้สนองความต้องการ(หรือความใฝ่ฝัน)ลึกๆบางอย่าง ก็เป็นได้

เทียบกับบอร์ดที่มีการจัดลำดับ จริงๆแล้วเชิงชั้นทางอำนาจ การมี"ขาใหญ่" หรือ "คนดัง" ในห้องที่ผมอ้างอิงก็มีอยู่ครับ แต่เป็นลักษณะกลายๆไม่ได้มีแต้มชัดเจนหรืออำนาจอย่างนั้น จะว่าไปที่ผมเขียนก็พูดถึงตรงนี้นะฮะ แต่พูดเลี่ยงๆเพราะไม่อยากจะไปพาดไปพิงเอาใครเข้า 555 เลยเลี่ยงไปใช้คำพูดที่ดูแข็งๆคือการเพิ่ม-ลด ค่าความเป็นคนแทน อย่างในกระทู้นั้นถ้าผมจำไม่ผิดก็จะมีการอ้างถึง"กลุ่ม" อ้างคนนั้น อ้างคนนี้ การอ้าง"ชื่อ"เป็นการกระทำที่น่าคิดมากๆนะครับ ถ้าลองอ่านดูดีๆทุกครั้งที่มีการอ้างชื่อเหมือนเป็นการพยายามตอกอะไรบางอย่าง ซึ่งการตอกนั้นนอกจากจะไป"อ้าง"คนอื่นแล้วอีกด้านมันยังเป็นการประกาศ"สถานะ"ของตัวเองด้วย ถ้าลองมองดูดีๆเสียงของแต่ละคอมเม้นจะดังไม่เท่ากัน บางคอมเม้นดังมากเพราะเป็นคนดัง บางคอมเม้นพยายามแสดงตัวตนว่าเป็นกลุ่มเดียวกับคนดัง บางคอมเม้นอยากจะดังด้วยการปาแรงๆ ทั้งหมดนี้ชี้วัดได้ด้วยระบบน่ารักๆชื่อ"การให้กิฟ"

สรุปว่ายิ่งคิดยิ่งเขียนยิ่งงงตัวเอง แต่ขอเขียนไว้ก่อนจะได้ไม่ลืม แหะ แหะ
คุณ vaaaan ผมตามอ่านคุณมานานละ ชอบที่คุณเขียนครับ

แต่อันนี้ผม... ก็ชอบครับ(ฮาซะ)

ไม่รู้นะ ผมก็ลองไปอ่านตาม link ที่คุณทิ้งไว้ อ่าน ๆ ไปแล้วผมว่า สังคมมันป่วย(ว่ะ)

ก็ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้อ่านหมด เท่าที่อ่านพบว่า...

คนในนั้นบางคนก็บอกว่าคุณ ญ คนที่มากวนเหมือนจะกวนมานานแล้ว และกวนมาหลายรอบ

แต่บางคนในนั้นที่ตามอ่าน จขกท คนนี้มานาน ก็ยังไม่ทราบเลยว่าเค้าเป็น ญ หรือ ช จนเพิ่งมารู้จากกระทู้นี้

ส่วนใหญ่เลยบอกว่าตามอ่าน จขกท มานานแล้วและเข้ามาให้กำลังใจ จขกท (อาจะเพราะญาติผู้ใหญ่เค้าป่วยด้วย) โดยบางส่วนมี "ปาหิน" ใส่ ญ คนที่มากวน

ถ้าคุณ vaaaan อยากเปรียบเทียบเป็นภาพคนในโลกจริงที่กำลังปาหินใส่ ญ คนนี้ ผมขอน้อมเสนอเป็นส่วนเติมเต็มที่จะทำให้ภาพนี้สมบูรณ์ โดยก่อนจะไปไกลผมขอมีข้อสมมตินิดหน่อยว่า

1. ญ คนนี้ จะต้องเข้ามาอ่าน และรู้สึกเจ็บราวกับเสียเลือดเนื้อ เพราะในโลกจริง she อาจจะไม่ได้เข้ามาอ่านก็ได้ เพราะถ้าไม่งั้น she จะไม่ได้โดนมัดและคลุมหัวอยู่และ
2. she ไม่ใช่พวกเสพสุขจากทัณฑ์ทรมาน เพราะถ้าไม่งั้นการณ์จะกลายเป็นตรงข้าม และเรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นหนังคนละม้วน

ข้อเสนอของผมนี้ไม่ได้คิดเอง เพียงแต่เห็นมาและบอกต่อ ส่วนเติมเต็มนี้คือ "ระบบคุณค่า" ของสังคมออนไลน์ เวบหนึ่งที่ผมใช้บ่อยคือ www.stackoverflow.com เป็นเวบบอร์ดตอบปัญหาเกี่ยวกับ software programming จุดเด่นของเวบนี้คือเค้ามีระบบให้คะแนนกับ users ครับ โดยเริ่มมาเราจะมีคะแนนเป็น 0 แล้วถ้าเราตอบคำถามดี หรือตั้งคำถามดี คนที่มาอ่านเจอจะ vote ให้ และเราจะได้คะแนนเพิ่ม ถ้าตอบไม่ดี โชว์กวน โชว์เกรียน ก็จะโดน vote ลบได้เช่นกัน โครงสร้างก็คือ ยิ่งคะแนนเยอะ เราจะยิ่งมีอำนาจมากขึ้น เช่น ยุบรวมกระทู้ที่คล้ายกันไว้ด้วยกัน หรือถ้าคะแนนมากจริงก็อาจถึงขั้นปิดกระทู้ได้ (ปิดในที่นี้คือไม่ให้มีการ comment ต่อ) หรือพูดสั้น ๆ อีกอย่างคือ อำนาจจะอยู่กับคนที่มีเครดิต
ในกรณีนี้ มันจะช่วยให้เราเห็นว่า "ใคร" ปาหินบ้าง ผมหมายความว่าหากเรายึดถือ individual จากคุณค่าที่เค้าสั่งสม และได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง เราก็น่าจะได้ภาพที่คุณ vaaaan กำลังวิเคราะห์อย่างชัดเจนขึ้นพอสมควร

หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง ภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ คนปาหินก็ใส่ถุงคลุมหัวมาปาเหมือนกัน เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าเค้าคือ "ใคร"

บางทีภาพที่คุณแวดวาดไว้มันอาจจะไม่ได้มัวหม่นขนาดนั้นก็ได้

ผมเขียนเพื่อนการถกเถียงทางการศึกษาเช่นกันครับ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบงานเขียนของคุณ vaaaan มาก ๆ ครับ

#4 By ck on 2010-09-15 11:26

Hot! ชอบการวิเคราะห์และัเห็นด้วยเลย ครับ มันแสดงให้เห็นว่าบ้านเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เพียงลมปาก หาใช่ความจริงไม่...

#3 By Seam - C on 2010-09-03 16:32

ด้วยความยินดีปรีดาครับ(นานๆทีจะมีคนหลงมาอ่านฮะ ดีใจๆ)
เขียนดีจังครับ ขอแอดเป็น favourite นะครับ ด้วยไว้จะเข้ามาอ่านบทความย้อนหลังเรื่อยๆนะครับ

#1 By %negative on 2010-09-01 23:47